| |
| |
| |
| |
วันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2553 เวลา 16:02:54 น. ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
"กรณ์ " จริงใจ หรือ จิงโจ้ ถ้า ภาษีที่ดิน ไม่ผ่านก็แสดงว่า รัฐบาลแหย(มากๆ)
มาร์ค กับ กรณ์ จริงจังและจริงจังกับร่างพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แค่ไหน ? ไม่มีใครตอบได้ แต่น่าแปลกคือ กฎหมายฉบับนี้เจอโรคเลื่อนมาเกือบ 1 ปีแล้ว นักเศรษฐศาสตร์ แฉเบื้องหลัง กลุ่มทุนและนักการเมือง ไม่แฮปปี้
วันนี้ นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ยืนยันอีกครั้งว่า จะผลักดันร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฯ ภายใน 4 เดือนนี้ โดยเขา เชื่อว่า จะสามารถทำงานในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังต่อไปได้ แม้ที่ผ่านมารัฐมนตรีที่เสนอกฎหมายดังกล่าวอาจหลุดจากตำแหน่ง เนื่องจากมีการคัดค้านจากหลายฝ่ายที่เสียประโยชน์
ร.ม.ว.กระทรวงการคลัง กล่าวว่า ปัจจุบันการจัดเก็บภาษีในสัดส่วนร้อยละ 90 มาจากรายได้ของประชาชนและภาคเอกชน ส่วนภาษีเพียงร้อยละ 10 มาจากทรัพย์สิน ควรเพิ่มสัดส่วนภาษีจากทรัพย์สินมากขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เอาเข้าจริง นายกรณ์และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้พยายามพูดเรื่องการผลักดัน ร่างพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฯ มาแล้วหลายครั้งหลายคราว ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว จนผ่านมาเกือบ 1 ปี ร่างกฎหมายดังกล่าวก็ยังวนเวียนอยู่ในกระทรวงการคลัง โดยอ้างว่าอยู่ในขั้นตอนรับฟังการประชาพิจารณ์ จนมีการตั้งข้อสังเกตว่า กฎหมายดังกล่าวอาจไม่ผ่านในรัฐบาลชุดนี้
ศ.ดร. ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เปิดเผย" ประชาชาติธุรกิจ" ว่า เท่าที่ติดตามร่างกฎหมายฉบับนี้มาโดยตลอด ตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลดูไม่ค่อยจริง หรือ ซีเรียส กับร่างกฎหมายฉบับนี้เท่าใดนัก โดยรัฐบาลอาจจัดลำดับความสำคัญของกฎหมายภาษีที่ดิน ต่อจากกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่มีหลายฉบับ ประกอบกับกฎหมายภาษีที่ดินมีคนคัดค้านเพราะเสียประโยชน์จำนวนมาก
"เท่าที่ผมรู้มาจากคนในกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีกรณ์ ไม่ได้จริงจังกับกฎหมายภาษีที่ดิน เท่าใดนัก จนผมไม่แน่ใจว่า คุณกรณ์จะเอาจริงหรือเพียงแค่พูด เพราะร่างกฎหมายฉบับนี้เจอโรคเลื่อนมาโดยตลอด "
ดร. ดิเรก กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลอาจจะยังมีเงินกู้จากโครงการไทยเข้มแข็งหลายแสนล้านใช้โดยไม่ เดือดร้อน แต่ในช่วงปี 2553 -2555 รัฐบาลจะต้องเริ่มชำระหนี้ ช่วงนี้ภาระของรัฐบาลจะหนักมาก ฉะนั้นถ้ารัฐบาลได้เงินจากภาษีที่ดิน 80,000-90,000 ล้าน จะเข้ามาช่วยรัฐบาลได้มาก จริงๆ แล้ว จากการศึกษา เงินจากภาษีที่ดิน น่าจะนำมาใช้จัดระบบสวัสดิการสังคมเพื่อแก้ปัญหาช่องว่างและความเหลื่อมล้ำ ในสังคม
อาจารย์เศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวต่อไปว่า เท่าที่ติดตามการทำประชาพิจารณ์ร่างพ.ร.บ.ภาษีที่ดิน พบว่า กลุ่มผู้มีส่วนได้เสียได้ขอยกเว้นการเสียภาษี และรัฐบาลก็ตอบสนองข้อเรียกร้องให้ยกเว้นการจัดเก็บภาษี ซึ่งเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง จริงๆ แล้ว ไม่ว่าจะเป็น ส่วนราชการ วัด หรือ วังก็ต้องส่งแบบประเมินและมีการประเมินราคา เพียงแต่อาจมีส่วนลด 30 % เนื่องจากที่ดินเหล่านี้ มีการใช้ประโยชน์ในเชิงสาธารณะ
ดร.ดิเรก กล่าวว่า อัตราภาษีที่ดินตามร่างกฎหมาย ไม่ถือว่า สูงมาก เพียง 0.1 % สำหรับที่อยู่อาศัย และ 0.5 % สำหรับที่ดินเชิงพาณิชย์ เทียบกับมาตรฐานโลกแล้วต่ำมาก สหรัฐฯ เก็บภาษีทรัพย์สิน 2 % ญี่ปุ่น1.47 % ประเทศไทย แค่ 0.1-0.5 % ถือว่าต่ำมากแล้ว
"ผมไม่เชื่อว่า อัตราภาษีต่ำขนาดนี้ จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการถือครองที่ดินในกลุ่มผู้ครอบครองที่ดินราย ใหญ่ เช่นเดียวกับที่ผมมั่นใจว่า ชาวไร่ ชาวนา ไม่เดือดร้อนจากภาษีที่ดินแต่อย่างใด เป็นข้ออ้างจากผู้คัดค้านมากกว่า ถ้ากฎหมายภาษีที่ดิน ไม่ผ่านในรัฐบาลชุดนี้ ก็เป็นเพราะรัฐบาลแหย เกินไป นั่นเอง "
นักเศรษฐศาสตร์ ผู้นี้ กล่าวว่า นักการเมือง มักพูดให้สัมภาษณ์ว่าเห็นด้วยกับภาษีดิน ทั้งที่ลึกๆ แล้วอาจไม่เห็นด้วย เพราะนักการเมืองต่างถือครองที่ดินจำนวนมาก เช่นเดียวกับนายทุนที่หนุนพรรคการเมืองต่างเป็นผู้ถือครองที่ดินรายใหญ่ ไม่น่าแปลกว่า ร่างกฎหมายนี้ ถูกขัดขวางมาโดยตลอด
@ หลักการภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
หลักการสำคัญของกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 3 ประการคือ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม การใช้ประโยชน์จากที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองท้องถิ่น (อปท.) หากพิจารณาจากข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) พบว่าประชาชนทั่วประเทศถึง 90% ถือครองที่ดินโดยเฉลี่ยน้อยกว่า 1 ไร่ ส่วนที่เหลือก็มีเพียง 10% เท่านั้นที่ถือครองที่ดินมากกว่า 100 ไร่ นี่คือความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้น
จากข้อมูลของ สศค.ชี้ให้เห็นว่า การถือครองที่ดินในประเทศไทยมีลักษณะกระจุกตัวอย่างมาก นอกจากนี้ยังพบว่าในสัดส่วน 10% ที่ถือครองที่ดินมากกว่า 100 ไร่นั้น มีถึง 75% ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ เป็นเพียงการซื้อที่ดินเปล่าทิ้งไว้เพื่อเก็งกำไร แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยไม่มีระบบภาษีที่เป็นธรรมมาดูแลการกระจายการถือครอง ที่ดินหรือมีระบบภาษีที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ
งานวิจัยเรื่องนโยบายและมาตรการการคลังเพื่อความเป็นธรรมในการกระจายราย ได้ คณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ซึ่งศึกษาการกระจายการถือครองที่ดินในเขตกรุงเทพมหานคร พบว่าในปี 2551 กรุงเทพมหานครมีขนาดพื้นที่ทั้งหมดที่สามารถถือครองได้ 927,074 ไร่ 1 งาน 18.6 ตารางวา จำนวนโฉนดที่ดินทั้งหมด 1,915,388 แปลง จำนวนรายที่ถือครองที่ดินในกรุงเทพมหานคร 1,464,207 ราย
ทั้งนี้ผู้ที่ถือครองที่ดินมากที่สุดในกรุงเทพมหานครถือครองที่ดิน 14,776 ไร่ 1 งาน 39.7 ตารางวา ขณะที่ผู้ถือครองที่ดินน้อยที่สุดในกรุงเทพมหานครถือครองที่ดินเพียง 0.1 ตารางวา สัดส่วนการถือครองที่ดินมากที่สุด 50 อันดับแรกต่อ 50 อันดับสุดท้ายมีค่าสูงถึง 291,607.50 เท่า หมายความว่า กลุ่มคนที่มีที่ดินมากที่สุด ได้ถือครองที่ดินมากกว่ากลุ่มคนที่มีที่ดินน้อยที่สุดในกรุงเทพมหานครถึง 291,607.50 เท่า @ เพิ่มเงินให้ท้องถิ่น 9 หมื่นล้าน นอกจากนี้ยังมีประเด็นปัญหาเรื่องความสามารถขององค์กรปกครองท้องถิ่นในการ จัดเก็บภาษี ปัจจุบันรายได้ของ อปท.ที่จัดเก็บเองมีเพียง 10% เท่านั้น หรือประมาณ 20,000-30,000 ล้านบาท โดยเป็นการจัดเก็บจากภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีป้าย และอื่นๆ ส่วนอีก 90% มาจากงบฯกลางของรัฐบาลที่เก็บให้และแบ่งให้ โดยในปี 2551 รัฐบาลเก็บให้และแบ่งให้ อปท. 193,676 ล้านบาท
หากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น เช่น ประเทศนิวซีแลนด์ ท้องถิ่นจัดเก็บรายได้เองถึง 90% หรือประเทศเพื่อนบ้านของประเทศไทย เช่น ประเทศมาเลเซีย ท้องถิ่นจัดเก็บรายได้เอง 85% จากข้อมูลทั้งหมดชี้ชัดว่า อปท.ของประเทศไทยจัดเก็บภาษีเองได้น้อยมากเมื่อเทียบกับต่างประเทศ
ฉะนั้นถ้าจะส่งเสริมการกระจายอำนาจให้แก่ อปท.อย่างจริงจัง การนำระบบภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมาใช้ย่อมมีประโยชน์โดยตรงต่อการพัฒนา ท้องถิ่น และยังลดงบประมาณจากรัฐบาลที่ส่งให้แก่ท้องถิ่นปีละเกือบ 2 แสนล้าน ซึ่งจะทำให้รัฐบาลมีงบประมาณเพียงพอนำไปพัฒนาประเทศด้านอื่นๆ และจากการคาดการณ์ของ สศค.พบว่า หากท้องถิ่นเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเต็มเพดานจะเก็บภาษีได้มากกว่า 90,000 ล้านต่อปี @ อัตราภาษีที่ดินแบบประนีประนอม
จากร่างภาษีที่ดินฉบับใหม่จะทำให้ทุกคนเสียภาษีที่ดินเหมือนกันหมด โดยมีฐานภาษี 3 อัตราที่ต่างกันไปตามขนาดและมูลค่าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอัตราแรกเป็น อัตราภาษีทั่วไป สำหรับที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (เชิงพาณิชย์) ไม่เกินร้อยละ 0.5 ของฐานภาษี อัตราที่สองเป็นอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสำหรับที่อยู่อาศัยของตน โดยไม่ประกอบเชิงพาณิชย์ ไม่เกินร้อยละ 0.1 ของฐานภาษี อัตราที่สามเป็นอัตราภาษีสำหรับที่ดินที่ใช้ประกอบเกษตรกรรม ไม่เกินร้อยละ 0.05 ของฐานภาษี
ทั้งนี้กรณีที่ อปท.มีเหตุผลและความจำเป็นในการพัฒนาท้องถิ่นของตน อปท.มีอำนาจออกข้อบัญญัติกำหนดอัตราภาษีเพิ่มขึ้นจากอัตราภาษีที่คณะกรรมการ กำหนดอัตราภาษีกำหนด แต่ไม่เกินเพดานอัตราภาษีที่กฎหมายกำหนด
สำหรับอัตราภาษีสำหรับที่ดินที่ทิ้งไว้ว่างเปล่า หรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพที่ดิน ใน 3 ปีแรกให้เสียภาษีในอัตราไม่ต่ำกว่าอัตราทั่วไปที่คณะกรรมการกำหนดอัตราภาษี ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้กำหนดไว้ แต่ไม่เกินร้อยละ 0.5 ของฐานภาษี และหากยังไม่ได้ทำประโยชน์อีกให้เสียภาษีเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่า ในทุก 3 ปี แต่ไม่เกินร้อยละ 2 ของฐานภาษี
อย่างไรก็ตามทรัพย์สินที่ได้รับการยกเว้นการจัดเก็บภาษีมี 10 ประเภท ดังนี้
1.ทรัพย์สินส่วนสาธารณสมบัติของแผ่นดิน
2.ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่มิได้ใช้หาผลประโยชน์
3.ทรัพย์สินของรัฐที่ใช้ในกิจการของรัฐหรือสาธารณะโดยมิได้หาผลประโยชน์
4.ทรัพย์สินที่ทำการของสหประชาชาติทบวงการชำนาญพิเศษขององค์การสหประชาชาติ หรือองค์การระหว่างประเทศอื่น ซึ่งประเทศไทยมีข้อผูกพันที่ต้องยกเว้นภาษี
5.ทรัพย์สินที่เป็นที่ทำการสถานทูต หรือสถานกงสุลของต่างประเทศ
6.ทรัพย์สินของสภากาชาดไทย
7.ทรัพย์สินที่เป็นศาสนสมบัติไม่ว่าเป็นของศาสนาใด หรือทรัพย์สินที่เป็นศาลเจ้าโดยมิได้ใช้หาผลประโยชน์
8.ทรัพย์สินที่ใช้เป็นสุสานสาธารณะ หรือฌาปนสถานสาธารณะโดยมิได้รับประโยชน์ตอบแทน
9.ทรัพย์สินของเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจ เฉพาะส่วนที่ได้ยินยอมให้ทางราชการใช้หรือประชาชนใช้โดยมิได้หาผลประโยชน์
10.ทรัพย์สินตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา
http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1263805441&grpid=00&catid=no

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น